โปรแกรมฟิลเลอร์ควรฉีดบ่อยแค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนทำ

คลายข้อสงสัย 'ฉีดฟิลเลอร์บ่อยแค่ไหน?' และควรเว้นระยะกี่เดือนถึงจะเติมใหม่ได้ บทความนี้มีคำตอบพร้อมปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน เพื่อความสวยที่คุ้มค่าและปลอดภัย

สำหรับคนที่กำลังคิดจะฉีดฟิลเลอร์ หรือผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว อาจจะมีคำถามผุดขึ้นมาในใจว่า “ฉีดฟิลเลอร์บ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม?” หรือ “ควรฉีดฟิลเลอร์กี่เดือนถึงจะเติมใหม่ได้?” เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอยากให้ความสวยที่ลงทุนไปอยู่กับเราให้นานที่สุด แต่การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหรือเติมฟิลเลอร์บ่อยเกินไป ก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป 

Doctor Key Clinic จะพาไปหาคำตอบที่ชัดเจนว่า โปรแกรมฟิลเลอร์ ควรฉีดบ่อยแค่ไหน ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน หรือสลายเร็ว และทำไมการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจเติมฟิลเลอร์แต่ละครั้งถึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ออกมาปัง ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด ห้ามพลาดเด็ดขาด! 

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน? ทำไมระยะเวลาจึงต่างกัน? 

ก่อนที่เราจะไปรู้ว่าควรฉีดฟิลเลอร์บ่อยแค่ไหน เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ แล้ว “ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน” เพราะคำตอบไม่ได้ตายตัวเป๊ะ ๆ แต่มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลย ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมบางคนฟิลเลอร์อยู่ได้นานเป็นปี แต่บางคนกลับรู้สึกว่าสลายเร็วกว่าที่คิด 

โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น สารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid – HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายของเราอยู่แล้ว แต่ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทำให้มีระยะเวลาฟิลเลอร์ ที่คงอยู่ในร่างกายไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 18-24 เดือนเลยทีเดียว 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาฟิลเลอร์ 

การที่ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้ 

  1. ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ เช่น Juvederm, Restylane  หรือ  Belotero มีเทคโนโลยีการผลิตที่ต่างกัน ทำให้ความหนาแน่น ความยืดหยุ่น และความสามารถในการคงตัวในผิวต่างกัน บางรุ่นออกแบบมาให้อยู่ได้นานเป็นพิเศษ บางรุ่นก็เน้นความเนียนนุ่ม เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ 
  1. บริเวณที่ฉีด ฟิลเลอร์ที่ฉีดในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเยอะ ๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอบปาก จะมีโอกาสสลายตัวเร็วกว่า บริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น ใต้ตา หน้าผาก ขมับ หรือคาง ส่วนบริเวณใต้ตา หรือปากที่เลือดไปเลี้ยงเยอะ ก็อาจสลายเร็วกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยได้ 
  1. ปริมาณที่ฉีด การฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป จะช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดีกว่าและนานกว่า 
  1. การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน งดดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็จะช่วยยืดอายุให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 
  1. พฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสัมผัสกับแสงแดดจัด ๆ เป็นประจำ ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้นได้ 
  1. ระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคล ร่างกายของคนเรามีอัตราการเผาผลาญสารต่าง ๆ ไม่เท่ากัน บางคนอาจมีเมตาบอลิซึมที่สูงกว่า ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้นตามไปด้วย 

ควรฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหรือเติมฟิลเลอร์เมื่อไหร่? 

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย ไม่ได้หายไปทันที คุณอาจจะเริ่มสังเกตเห็นว่าริ้วรอยกลับมา ร่องลึกดูชัดขึ้น หรือความอิ่มฟูของผิวลดลง นี่แหละคือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้วที่คุณอาจจะต้องพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหรือเติมฟิลเลอร์ใหม่ 

  • ฟิลเลอร์บริเวณปาก มักจะสลายเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา อาจต้องเติมฟิลเลอร์ทุก 6-9 เดือน 
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องแก้ม อาจอยู่ได้นานขึ้นมาหน่อย ประมาณ 9-12 เดือน 
  • ฟิลเลอร์คาง ขมับ กรอบหน้า มักจะอยู่ได้นานที่สุด ประมาณ 12-18 เดือน หรือบางยี่ห้อก็ 24 เดือน 

อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจว่าควรฉีดฟิลเลอร์กี่เดือน หรือฉีดฟิลเลอร์บ่อยแค่ไหนนั้น ไม่ได้มีกฎตายตัวเสมอไป สิ่งที่ดีที่สุดคือการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน เพราะแพทย์จะสามารถพิจารณาจากสภาพผิวหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข ชนิดของฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไป รวมถึงความต้องการส่วนบุคคลได้อย่างละเอียดที่สุด 

ผลข้างเคียงฉีดฟิลเลอร์บ่อยเกินไป 

บางคนอาจคิดว่าถ้าฉีดฟิลเลอร์บ่อย ๆ หน้าก็จะสวยเป๊ะตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดฟิลเลอร์บ่อยเกินไป หรือการเติมฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น 

  • ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ การเติมฟิลเลอร์มากเกินไป ในระยะเวลาที่สั้นเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูบวมผิดปกติ หรือดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ (Overfilled Syndrome) 
  • เพิ่มความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์ แม้ฟิลเลอร์จะปลอดภัย แต่ทุกหัตถการก็มีความเสี่ยง การฉีดซ้ำบ่อย ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ หรือการอุดตันของเส้นเลือดได้ (แต่โอกาสเกิดน้อยมาก ๆ หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) 
  • ร่างกายสร้างพังผืด ในบางกรณี การกระตุ้นซ้ำ ๆ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์บ่อยเกินไป อาจทำให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาบริเวณที่ฉีด ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน หรือคลำแล้วรู้สึกเป็นก้อนได้ 
  • สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น หากฟิลเลอร์เดิมยังไม่สลายไปหมด การเติมฟิลเลอร์เพิ่มเข้าไปอีก อาจทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น และยังอาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่สวยงามอีกด้วย 

ความสำคัญของการปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

จะเห็นได้ว่า “การฉีดฟิลเลอร์บ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม” หรือ “ควรฉีดฟิลเลอร์กี่เดือน” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล ดังนั้น ความสำคัญของการปรึกษาแพทย์ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ หรือก่อนตัดสินใจเติมฟิลเลอร์ซ้ำ จึงเป็นสิ่งที่ห้ามละเลยเด็ดขาด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมิน 

  • สภาพผิวหน้าและปัญหา ว่าผิวคุณพร้อมสำหรับการเติมฟิลเลอร์หรือยัง และควรเติมบริเวณไหน ปริมาณเท่าไหร่ 
  • ชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด 
  • ระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีดซ้ำ แพทย์จะให้คำแนะนำ โดยอ้างอิงจากชนิดของฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไป และอัตราการสลายของร่างกายคุณ 
  • ข้อมูลความเสี่ยงและข้อควรระวัง เพื่อให้คุณเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้อง 

การสื่อสารกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับความคาดหวังและประวัติการฉีดฟิลเลอร์ของคุณ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้คุณได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และฟิลเลอร์อยู่ได้นานตามที่คุณต้องการ โดยเฉพาะที่ Doctor Key Clinic คลินิกที่เชี่ยวชาญด้านการร้อยไหม และฟิลเลอร์ เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ตรงไปตรงมา เพื่อให้ได้ความสวยงามอย่างที่คุณคาดหวัง  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • American Society of Plastic Surgeons. (n.d.). Dermal Fillers: What to Expect. 
  • Harvard Health Publishing. (2018, February 1). Dermal fillers: What you need to know.